วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560

วัดพระธรรมกายขายบุญจริงหรือไม่ ???

"ฟังเขาว่า.."  คนที่ว่าก็ไม่ได้มาวัดพระธรรมกายใช่หรือไม่ ? คุณอ่านจากหนังสือพิมพ์บางฉบับที่ชอบนั่งเทียนเขียนข่าวใช่หรือไม่ ? คุณได้พิสูจน์ด้วยตัวคุณเองหรือยังว่าจริงหรือ ???


วัดพระธรรมกายขายบุญ เป็นพุทธพาณิชย์ เป็นคำพูดที่คนทั่วไปไม่น้อยเลยปักใจเชื่อ ทั้งหมดของคนที่เชื่อเช่นนั้นก็คือคนที่ไม่เคยเข้าวัดพระธรรมกาย และ "ฟังเขาว่า.."   แล้วเอามาสรุปเองว่าวัดพระธรรมกายเป็นพุทธพาณิชย์ ขายบุญ 





บุญเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา 
แต่รับรู้ได้ด้วยใจ 

เพราะคนที่สละทรัพย์หรือเงินเพื่อทำบุญนั้น 
หากผู้นั้นให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ 
ใจของเขาก็ย่อมจะเป็นสุข จิตใจผ่องใส



............................................
 ก็ขอตอบในทัศนะของคนที่มาวัดและเห็นการทำงานของพระสงฆ์ของวัดพระธรรมกายและผู้ประสานงานที่เป็นบุคคลากรของวัดเช่นกันขอตอบว่า ไม่จริงเพราะบุญไม่ใช่สินค้าที่จะมาซื้อขายกัน บุญเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่รับรู้ได้ด้วยใจ เพราะคนที่สละทรัพย์หรือเงินเพื่อทำบุญนั้น หากผู้นั้นให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ใจของเขาก็ย่อมจะเป็นสุข จิตใจผ่องใส มีความสบายใจ ในการทำบุญนั้นๆ ซึ่งใครจะทำบุญอะไรก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ แล้วแต่จิตศรัทธา ไม่ได้มีการบังคับแต่อย่างใด 


และปัจจัยที่ได้มาจากการทำบุญมานั้น ทางวัดก็นำมาใช้ในงานพระพุทธศาสนา ไม่ได้เอามาเพื่อแสวงหากำไรหรือผลประโยชน์แต่อย่างใด ถ้าจะเรียกว่าเป็นพุทธพานิชนั้นจึงไม่ถูกต้อง

ทางวัดก็ไม่ได้มีแต่บุญที่ต้องสละทรัพย์หรือปัจจัยเพื่อทำบุญอย่างเดียว แต่ได้สอนให้หมั่นทำทาน รักษาศีล และนั่งสมาธิเจริญภาวนาเป็นประจำ ซึ่งจะเห็นว่าไม่ใช่เพียงแต่จะสละทรัพย์เพื่อทำบุญได้อย่างเดียวเท่านั้น แต่ทั้งการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ และการนั่งสมาธิก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องเสียทรัพย์ แต่ต้องลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง

ในเรื่องของการเชิญชวนให้ทำบุญ หรือการบอกบุญนั้น ก็ไม่ใช่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อขายบุญ แต่เป็นการบอกประโยชน์ หรืออานิสงส์ที่ผู้ทำบุญจะได้รับ ซึ่งในการทำบุญแต่ละบุญย่อมได้อานิสงส์ที่แตกต่างกัน สรุปอานิสงค์โดยย่อ คือ ทานทำให้รวย ศีลทำให้สวย ภาวนาทำให้สมองดีมีปัญญา และหากจำแนกตามลักษณะของทาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ในกินททสูตรว่า “ผู้ให้อาหาร ชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่าให้วรรณะ ผู้ให้ยาน (พาหนะ) ชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปโคมไฟ ชื่อว่าให้จักษุ และผู้ที่ให้พักอาศัย ชื่อว่าให้ทุกอย่าง ส่วนผู้ที่ให้ธรรมทานชื่อว่าให้อมฤตธรรม”

 การทำบุญนั้นไม่ใช่ว่ามีเงินซื้อก็ซื้อได้เลยเหมือนซื้อของ คือเอาเงินไปแลกกับของที่ต้องการมา แต่การทำบุญที่เป็นลักษณะของการให้ทานนั้น จะได้บุญมากเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ 3 ประการ คือ


1.วัตถุบริสุทธิ์
หมายถึง สิ่งของที่นำมาทำทานหามาได้โดยชอบธรรม ไม่ได้ไปลักขโมยมา

2.บุคคลบริสุทธิ์
หมายถึง ทั้งผู้รับและผู้ให้มีศีลมีธรรมตามเพศภาวะของตน

3.เจตนาบริสุทธิ์
หมายถึง มีเจตนาให้ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา เชื่อในผลของทานทั้งก่อนให้ ขณะให้ และหลังจากให้ไปแล้ว

จะเห็นว่าบุญนั้นไม่ใช่สิ่งของ จึงซื้อขายกันไม่ได้ และการจะได้มาซึ่งบุญนั้น มีด้วยกัน 10 ประการ ดังต่อไปนี้

1. ทานมัย บุญจากการทำทาน
2. สีลมัย บุญจากการรักษาศีล
3. ภาวนามัย บุญจากการเจริญสมาธิภาวนา
4. อปจายนมัย บุญเกิดจากการอ่อนน้อมถ่อมต้น
5. เวยยาวัจจมัย บุญจากการช่วยเหลือการงานที่ถูกที่ควร
6. ปัตติทานมัยบุญจากการอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้อื่น
7. ปัตตานุโมทนามัยบุญจากการอนุโมทนา
8. ธัมมัสสวนมัยบุญจากการฟังธรรม
9. ธัมมเทสนามัยบุญจากการแสดงธรรม
10. ทิฏฐุชุกัมม์ บุญจากการทำความเห็นให้ตรงความเป็นจริง

 เพราะบุญอยู่เบื้องหลังความสุขความสำเร็จในชีวิตคนเรา และทางวัดพระธรรมกายมีการจัดโครงการสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตรตลอด 24 ชั่วโมง เรียนเชิญทุกท่านมาสั่งสมบุญกันนะคะ

Cr : นันทิยา

13 ความคิดเห็น:

  1. กราบอนุโมทนาบุญ สาธุค่ะ

    ตอบลบ
  2. ถ้าหากขายบุญได้

    บุญถ้าขายกันได้ ก็คงมีคนฉลาดมีปัญญาปรารถนาดีต่อผู้อื่นก็อยากขายกันอยากแจกบุญกัน เพราะพระบรมศาสดาตรัสไว้แล้วว่า บุญเป็นเหตุแห่งความสุขความสำเร็จ สุคติภพทั้งปวงรวมทั้งความเป็นผู้เลิศอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น ตลอดจนมรรคผลนิพพานผลทั้งปวงล้วนมีบุญเป็นจุดเริ่มต้นทั้งนั้น

    อนุโมทนาบุญ กับผู้ขายบุญตามพุทธวิธีทุกท่านสาธุ

    ตอบลบ
  3. อนุโมทนาบุญค่ะ มาพิสูจน์ความจริงกันเถอะค่ะ ถ้าใจเปิดก็จะเห็นทุกอย่างตรงตามความเป็นจริง

    ตอบลบ
  4. บุญไม่มีขายอยากได้ต้องทำเอง ความเป็นมนุษย์ที่ฉลาดเท่านั้นที่รู้ว่าบุญไม่มีขาย

    ตอบลบ
  5. มาอีกแล้วหรือ
    บุญไม่มีขาย
    อยากได้ต้องทำเอง

    ตอบลบ
  6. วัดพระธรรมกายไม่มีบุญขายให้ใคร แต่ใครอยากได้บุญ ต้องมาทำกันเอง ก็คนเขาอยากได้บุญ ติดตัวไปใช้ในภพหน้า ห้ามกันได้เหรอคะ???

    ตอบลบ
  7. ถ้าวัดพระธรรมกายขายบุญได้
    เราจะรีบซื้อเป็นคนแรกเลย !!

    #บุญน่ะไม่มีขายอยากจะได้ก็ต้องทำเอง!!!

    เครดิต : #คุณครูไม่ใหญ่

    ตอบลบ
  8. ถ้าวัดพระธรรมกายขายบุญได้
    เราจะรีบซื้อเป็นคนแรกเลย !!

    #บุญน่ะไม่มีขายอยากจะได้ก็ต้องทำเอง!!!

    เครดิต : #คุณครูไม่ใหญ่

    ตอบลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ15 กันยายน 2560 เวลา 11:52

    วัดพระธรรมกาย ไม่ได้ขายบุญ บุญไม่มีขาย แต่ถ้าบางคน อยากจะบิดเบือนเรียกว่าขาย พวกเราก็จะทุ่มเงินซื้อ ด้วยความเคารพและศรัทธาเต็มเปี่ยม กราบขอบพระคุณที่มีวัดพระธรรมกายไว้ให้ชาวพุทธได้ทำบุญ

    ตอบลบ
  10. บุญไม่มีขาย อยากได้ ต้องทำเองครับ

    ตอบลบ
  11. การกล่าวหาผู้อื่นด้วยความไม่รู้จริง เป็นโทษต่อตนเองเป็นคนแรก เพราะถ้าสิ่งที่ตนกล่าวหาเป็นสิ่งที่มีคุณ มีประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่ ตนเองนั่นแหละคือผู้ที่เสื่อมประโยชน์ไปจากสิ่งนั้นอย่างน่าเสียดาย

    ขณะที่ผู้มาวัดพระธรรมกาย ได้สร้างบุญสร้างกุศล ได้ประพฤติปฏิบัติธรรม เลิกละจากอบายมุข มีความสุุขในครอบครัวที่อบอุ่นนับล้านคน แต่คนที่ชอบตำหนิติว่า กล่าวหาโดยไม่เคยมาสัมผัสด้วยตนเอง ย่อมยากที่จะเข้าใจ เลยไม่มีโอกาสได้พบกับความสุขที่แท้จริงเช่นนั้น

    ถึงไม่ใช่หมอดู ก็พอจะรู้ว่า ในครอบครัวของบุคคลประเภทนี้ แม้ใครทำความดีก็ไม่ค่อยมีคนเห็น เพราะไม่ชอบจับดีซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายต่างอยู่อย่างร้อนหูร้อนใจ เพราะแต่ละคนไม่รู้จักคำว่าปิยวาจา

    ตอบลบ
  12. บุญทุกบุญนั้นไม่มีขาย อยากจะได้ต้องทำเอง

    ตอบลบ

ความจริง 19 ข้อที่ศาสนาพุทธ ต่างจากศาสนาอื่น

ท่านทราบหรือไม่ว่า พุทธศาสนา ต่างจากศาสนาอื่นอย่างไร? ความจริงสิ่งสำคัญ ที่ชาวพุทธทุกคนควรเข้าใจ... พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาอเทวนิ...