วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560

ความจริง 19 ข้อที่ศาสนาพุทธ ต่างจากศาสนาอื่น

ท่านทราบหรือไม่ว่า
พุทธศาสนา
ต่างจากศาสนาอื่นอย่างไร?

ความจริงสิ่งสำคัญ
ที่ชาวพุทธทุกคนควรเข้าใจ...

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาอเทวนิยมซึ่งมีจุดเด่นต่างจากศาสนาเทวนิยมอื่นๆ ในโลกนี้ มีอย่างน้อย 19 ข้อ...

๑.พระพุทธศาสนาปฏิเสธว่ามีผู้สร้างโลก ถือว่าความเชื่อนี้ไร้สาระ ตรงข้าม โลกนี้ประกอบขึ้นจากเหตุปัจจัยต่างๆ จึงมีขึ้นมา


๒.พระพุทธศาสนาไม่ใช่ระบบความเชื่อที่ควรใช้คำว่า Religion เพราะศัพท์นี้หมายถึงต้องมีความเชื่อในพระเจ้าผู้สร้างโลก

๓.จุดหมายปลายทางของพระพุทธศาสนาคือละกิเลสได้หมดแล้วหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดหรือวัฏฏสงสาร ไม่ใช่ไปเกิดบนสวรรค์

๔.พระพุทธเจ้าไม่ใช่ผู้ปลดปล่อยสรรพสัตว์ให้รอด สรรพสัตว์ต้องช่วยตนเองเพื่อหลุดพ้นจากกิเลสและวัฏฏสงสาร

๕.ความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธเจ้าและสาวกคือครูผู้สอนและลูกศิษย์ ไม่ใช่ตัวแทนพระเจ้าและทาสผู้รับใช้

๖.พระพุทธเจ้าไม่เคยให้สาวกใช้ความเชื่อโดยปราศจากปัญญามานับถือ ตรงข้ามทรงสอนให้ใช้ปัญญาพิจารณาคำสอนก่อนจะเชื่อ และผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าต้องปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นด้วยตนเอง ไม่มีใครช่วยทำให้หลุดพ้นได้นอกจากให้แค่แนะนำ

๗.คำสอนพระพุทธเจ้าเป็นสัจธรรมประจำโลก พระพุทธเจ้าทรงเป็นแต่เพียงผู้ค้นพบเท่านั้น พระองค์ไม่ใช่เป็นคนสร้างคำสอนขึ้นมา

๘.นรกในพระพุทธศาสนาไม่ใช่สถานที่กักขังสัตว์อย่างนิรันดร์ บุคคลทำบาปแล้วไปเกิดในนรกโลก เมื่อพ้นกรรมแล้ว ก็สามารถกลับไปเกิดในภพที่ดีกว่าได้

๙.พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนแนวคิดเรื่องบาปติดตัว เหมือนที่ศาสนาเทวนิยมสอน แต่สอนเรื่องกฎแห่งกรรม ซึ่งมีทั้งดีและชั่ว

๑๐.พระพุทธศาสนาสอนว่าสัตว์ทุกชีวิตมีศักยภาพที่จะบรรลุธรรมได้ ข้อสำคัญก็คือต้องใช้ความพยายามในการปฏิบัติเพื่อชำระกิเลสให้พ้นไปจากจิตใจ พระพุทธเจ้าก็ทรงเป็นมนุษยสามัญธรรมดาที่หลุดพ้นจากทุกข์ได้เพราะการปฏิบัติ

๑๑.กฎแห่งกรรมเป็นตัวอธิบายว่าเหตุใดคนถึงเกิดมาแตกต่างกัน กฎแห่งกรรมเป็นตัวอธิบายถึงภพภูมิที่สัตว์พากันไปเกิด

๑๒.พระพุทธศาสนาเน้นให้แผ่เมตตากรุณาไปยังสรรพสัตว์ ให้พ้นจากการฆ่าสัตว์ทุกชนิด ไม่มีสัตว์ใดเกิดมาเป็นอาหารให้คนอื่นฆ่าเพื่อกิน แม้ว่าชาวพุทธจำนวนมากจะกินอาหารมังสวิรัติ แต่ก็ไม่มีพุทธวจนะใดบังคับ
๑๓.ธรรมะของพระพุทธเจ้าเสมือนแพ หลังจากบำเพ็ญเพียรจนดับทุกข์ได้แล้ว จะอยู่เหนือบุญและบาป ธรรมะทั้งปวงจะต้องไม่เป็นอารมณ์ให้เกิดความยึดมั่นถือมั่น

๑๔.ไม่มีสงครามศักดิ์สิทธิ์ในทรรศนะพระพุทธศาสนา การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไม่ว่าฆ่าด้วยเหตุใด ผู้ฆ่าจะต้องรับกรรมทั้งสิ้น การฆ่าในนามศาสนายิ่งกระทำมิได้ในพระพุทธศาสนา

๑๕.พระพุทธเจ้าตรัสว่า กำเนิดสังสารวัฏไม่มีเบื้องต้นและที่สุดถ้าหากสัตว์ยังดำเนินชีวิตไปตามอำนาจกิเลส

๑๖.พระพุทธเจ้าทรงเป็นพระสัพพัญญู แต่พระพุทธเจ้ามิใช่เทพเจ้าผู้ทรงมีอำนาจล้นฟ้า ดลบันดาลสร้างธรรมชาติต่างๆ ขึ้นมา

๑๗.การฝึกสมาธิสำคัญมากในพระพุทธศาสนา แม้ว่าศาสนาอื่นๆ อาจจะมีสอนให้คนมีสมาธิ แต่มีพระพุทธศาสนาเท่านั้นที่สอนไปถึงระดับวิปัสสนา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รู้แจ้งได้

๑๘.หลักคำสอนเรื่องศุนยตา (สุญญตา) เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในพระพุทธศาสนา ถือเป็นคำสอนระดับสูงของพระพุทธศาสนาด้วย เพราะสรรพสิ่งทั้งหลายไม่มีตัวตนอยู่แท้จริง มีแต่ปัจจัยส่งเสริมกันและกันให้เกิด สรรพสิ่งในโลกจึงตกอยู่ในภาวะอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา เหมือนกันหมด พระพุทธศาสนาจึงไม่สุดโต่งไปข้างสัสสตทิฏฐิ (Eternalism) ตามแนวศาสนาประเภทเทวนิยม หรืออุจเฉททิฏฐิ (Nihilism) ตามแนววัตถุนิยม

๑๙.วัฏจักรหรือสังสารวัฏเป็นศูนย์กลางคำสอนในพระพุทธศาสนา ตราบใดที่สรรพสัตว์ยังไม่หลุดพ้นจากกิเลส ก็จะเวียนว่ายตายเกิดไปตามภพภูมิต่างๆ ตามแรงเหวี่ยงของกรรม ไม่มีวันสิ้นสุด ทุกคนจึงต้องช่วยตนเองเพื่อพัฒนาไตรสิกขาให้หลุดพ้นจากโลภะ โทสะและโมหะ หรืออวิชชา เพื่อทำลายระบบสังสารวัฏให้หมดสิ้นไป

ขอขอบคุณ :
่เพจ ศูนย์ข้อมูลส่งเสริมศีลธรรม

อ่านเพิ่มเติม
คุณปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์
ผู้สรุปความและเรียบเรียงเพิ่มเติมจากเวปไซต์ข้างล่าง
๕ มีนาคม ๒๕๖๐
"19 Differences Between Buddhism And Other Religions"
http://blog.sivanaspirit.com/differences-buddhism-religions/

วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560

วัดพระธรรมกายขายบุญจริงหรือไม่ ???

"ฟังเขาว่า.."  คนที่ว่าก็ไม่ได้มาวัดพระธรรมกายใช่หรือไม่ ? คุณอ่านจากหนังสือพิมพ์บางฉบับที่ชอบนั่งเทียนเขียนข่าวใช่หรือไม่ ? คุณได้พิสูจน์ด้วยตัวคุณเองหรือยังว่าจริงหรือ ???


วัดพระธรรมกายขายบุญ เป็นพุทธพาณิชย์ เป็นคำพูดที่คนทั่วไปไม่น้อยเลยปักใจเชื่อ ทั้งหมดของคนที่เชื่อเช่นนั้นก็คือคนที่ไม่เคยเข้าวัดพระธรรมกาย และ "ฟังเขาว่า.."   แล้วเอามาสรุปเองว่าวัดพระธรรมกายเป็นพุทธพาณิชย์ ขายบุญ 





บุญเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา 
แต่รับรู้ได้ด้วยใจ 

เพราะคนที่สละทรัพย์หรือเงินเพื่อทำบุญนั้น 
หากผู้นั้นให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ 
ใจของเขาก็ย่อมจะเป็นสุข จิตใจผ่องใส



............................................
 ก็ขอตอบในทัศนะของคนที่มาวัดและเห็นการทำงานของพระสงฆ์ของวัดพระธรรมกายและผู้ประสานงานที่เป็นบุคคลากรของวัดเช่นกันขอตอบว่า ไม่จริงเพราะบุญไม่ใช่สินค้าที่จะมาซื้อขายกัน บุญเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่รับรู้ได้ด้วยใจ เพราะคนที่สละทรัพย์หรือเงินเพื่อทำบุญนั้น หากผู้นั้นให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ใจของเขาก็ย่อมจะเป็นสุข จิตใจผ่องใส มีความสบายใจ ในการทำบุญนั้นๆ ซึ่งใครจะทำบุญอะไรก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ แล้วแต่จิตศรัทธา ไม่ได้มีการบังคับแต่อย่างใด 


และปัจจัยที่ได้มาจากการทำบุญมานั้น ทางวัดก็นำมาใช้ในงานพระพุทธศาสนา ไม่ได้เอามาเพื่อแสวงหากำไรหรือผลประโยชน์แต่อย่างใด ถ้าจะเรียกว่าเป็นพุทธพานิชนั้นจึงไม่ถูกต้อง

ทางวัดก็ไม่ได้มีแต่บุญที่ต้องสละทรัพย์หรือปัจจัยเพื่อทำบุญอย่างเดียว แต่ได้สอนให้หมั่นทำทาน รักษาศีล และนั่งสมาธิเจริญภาวนาเป็นประจำ ซึ่งจะเห็นว่าไม่ใช่เพียงแต่จะสละทรัพย์เพื่อทำบุญได้อย่างเดียวเท่านั้น แต่ทั้งการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ และการนั่งสมาธิก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องเสียทรัพย์ แต่ต้องลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง

ในเรื่องของการเชิญชวนให้ทำบุญ หรือการบอกบุญนั้น ก็ไม่ใช่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อขายบุญ แต่เป็นการบอกประโยชน์ หรืออานิสงส์ที่ผู้ทำบุญจะได้รับ ซึ่งในการทำบุญแต่ละบุญย่อมได้อานิสงส์ที่แตกต่างกัน สรุปอานิสงค์โดยย่อ คือ ทานทำให้รวย ศีลทำให้สวย ภาวนาทำให้สมองดีมีปัญญา และหากจำแนกตามลักษณะของทาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ในกินททสูตรว่า “ผู้ให้อาหาร ชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่าให้วรรณะ ผู้ให้ยาน (พาหนะ) ชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปโคมไฟ ชื่อว่าให้จักษุ และผู้ที่ให้พักอาศัย ชื่อว่าให้ทุกอย่าง ส่วนผู้ที่ให้ธรรมทานชื่อว่าให้อมฤตธรรม”

 การทำบุญนั้นไม่ใช่ว่ามีเงินซื้อก็ซื้อได้เลยเหมือนซื้อของ คือเอาเงินไปแลกกับของที่ต้องการมา แต่การทำบุญที่เป็นลักษณะของการให้ทานนั้น จะได้บุญมากเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ 3 ประการ คือ


1.วัตถุบริสุทธิ์
หมายถึง สิ่งของที่นำมาทำทานหามาได้โดยชอบธรรม ไม่ได้ไปลักขโมยมา

2.บุคคลบริสุทธิ์
หมายถึง ทั้งผู้รับและผู้ให้มีศีลมีธรรมตามเพศภาวะของตน

3.เจตนาบริสุทธิ์
หมายถึง มีเจตนาให้ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา เชื่อในผลของทานทั้งก่อนให้ ขณะให้ และหลังจากให้ไปแล้ว

จะเห็นว่าบุญนั้นไม่ใช่สิ่งของ จึงซื้อขายกันไม่ได้ และการจะได้มาซึ่งบุญนั้น มีด้วยกัน 10 ประการ ดังต่อไปนี้

1. ทานมัย บุญจากการทำทาน
2. สีลมัย บุญจากการรักษาศีล
3. ภาวนามัย บุญจากการเจริญสมาธิภาวนา
4. อปจายนมัย บุญเกิดจากการอ่อนน้อมถ่อมต้น
5. เวยยาวัจจมัย บุญจากการช่วยเหลือการงานที่ถูกที่ควร
6. ปัตติทานมัยบุญจากการอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้อื่น
7. ปัตตานุโมทนามัยบุญจากการอนุโมทนา
8. ธัมมัสสวนมัยบุญจากการฟังธรรม
9. ธัมมเทสนามัยบุญจากการแสดงธรรม
10. ทิฏฐุชุกัมม์ บุญจากการทำความเห็นให้ตรงความเป็นจริง

 เพราะบุญอยู่เบื้องหลังความสุขความสำเร็จในชีวิตคนเรา และทางวัดพระธรรมกายมีการจัดโครงการสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตรตลอด 24 ชั่วโมง เรียนเชิญทุกท่านมาสั่งสมบุญกันนะคะ

Cr : นันทิยา

วันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ปุจฉา : การสวดพระปาฏิโมกข์คือะไร ?

วันนี้วันพระ แรม 14 ค่ำ เดือน 9 


วันพระ พระท่านทำอะไรกันบ้างน้าา ?


   สงสัยอ่ะ วันพระแบบนี้พระสงฆ์จะต้องฟังสวดพระปาฏิโมกข์ แล้วพระปาฏิโมกข์คืออะไร ?  ทำไมพระสงฆ์ต้องไปฟังสวด ฟังที่ไหน ใครสวด ฟังแล้วได้ประโยชน์อย่างไร ? 

อ่านบทความนึง เลยถึงบางอ้อ ดีดี๊ วันนี้บล๊อกเกอร์เอามาฝากค่ะ

................................................

  การสวดพระปาฏิโมกข์คืออะไร  


 ถาม :  

หลวงพ่อครับ การสวดพระปาฏิโมกข์คืออะไร พระภิกษุต้องสวดได้ทุกรูปหรือไม่ พระบวชใหม่บางรูปบอกว่าสวดได้ไม่จบ สวดได้เพียงครึ่งเดียว ก็เวียนศีรษะแล้ว อย่างนี้จะเป็นอะไรไหมครับ ?


 หลวงพ่อตอบ : 

การสวดปาฏิโมกข์ คือการสวดทบทวนศีลและวินัยของพระภิกษุซึ่งมี ๒๒๗ ข้อ 

        โดยสวดเป็นภาษาบาลี และสวดภายในโบสถ์เท่านั้น จัดเป็นสังฆกรรมที่สำคัญอย่างยิ่งของพระภิกษุ


        พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกำหนดไว้ว่า พระภิกษุจะต้องฟังสวดปาฏิโมกข์ทุกวันพระ ๑๕ ค่ำ

         ถึงตัวเองสวดไม่ได้ แต่ว่าในวัดมีผู้สวดได้ก็ต้องไปฟังท่านสวด


        สาเหตุที่ต้องลงไปฟังก็คือจะได้ทบทวนและจดจำพระวินัยได้แม่นยำ ถ้าตนมีสิ่งใดผิดพลาดจะได้แก้ไข ปรับปรุงตนเองเสียใหม่นั่นเอง


          ศีล ๒๒๗ ข้อ ต้องบอกว่าจำนวนไม่น้อยเหมือนกัน ผู้ที่มีความจำไม่ดี สวดได้ไม่หมดหรอก

        แต่ถ้าคนที่มีความจำดีๆ ท่องเที่ยวเดียว ๒ เที่ยวก็จำได้ พระบางรูปท่องเป็นเดือนๆ ยังจำไม่ได้ แต่ก็พอรู้ว่ามีอะไรบ้าง 

         รู้แค่นี้ก็เป็นประโยชน์แก่ชีวิตการเป็นพระมากมายแล้ว


.......................................
ขอบคุณที่มา Line@ life&Soul

ความจริง 19 ข้อที่ศาสนาพุทธ ต่างจากศาสนาอื่น

ท่านทราบหรือไม่ว่า พุทธศาสนา ต่างจากศาสนาอื่นอย่างไร? ความจริงสิ่งสำคัญ ที่ชาวพุทธทุกคนควรเข้าใจ... พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาอเทวนิ...